Universitas Scholarium — A Community of Scholars Log In

← มาเรียนภาษาอังกฤษด้วยกัน

Lesson 10 English for Thai Speakers: A Latinum Institute Language Course

it - มัน

บทนำ / Introduction

"it" เป็นสรรพนามบุรุษที่สามเอกพจน์ของภาษาอังกฤษ ใช้แทนสิ่งของ สัตว์ หรือเรื่องที่พูดถึงไปแล้ว และยังใช้เป็นประธานเทียมในประโยคเกี่ยวกับอากาศ เวลา และระยะทาง เป็นหนึ่งในคำที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ

ภาษาไทยมีคำว่า "มัน" ซึ่งใช้แทนสัตว์และสิ่งของได้เช่นกัน แต่คนไทยใช้ "มัน" น้อยกว่า "it" ของภาษาอังกฤษมาก เพราะภาษาไทยละประธานได้บ่อย:

- ฝนตก — ภาษาอังกฤษ: It is raining. - ร้อนจัง — ภาษาอังกฤษ: It is very hot. - เจ็ดโมงเช้าแล้ว — ภาษาอังกฤษ: It is seven o'clock in the morning. - ไกลไหม — ภาษาอังกฤษ: Is it far? - อยู่บนโต๊ะ — ภาษาอังกฤษ: It is on the table.

ภาษาอังกฤษไม่ยอมให้ประโยคไม่มีประธาน คำว่า "it" จึงต้องมีเสมอ แม้ว่า "it" ในประโยคเหล่านี้จะไม่ได้แทนสิ่งใดเลยก็ตาม

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดมีห้าข้อ:

- "it" ใช้แทนสิ่งของ สัตว์ และความคิด ไม่ใช้กับคน คนใช้ he หรือ she ในภาษาไทย "มัน" ที่ใช้กับคนเป็นคำหยาบ ภาษาอังกฤษก็เช่นกัน การเรียกคนว่า "it" ฟังดูไม่ให้เกียรติ - ประโยคเกี่ยวกับอากาศ เวลา และระยะทาง ต้องขึ้นต้นด้วย "it" ซึ่งไม่ต้องแปลเป็นไทย: It is raining. It is seven o'clock. It is far. - "it" ใช้ได้ทั้งเป็นประธานและกรรม ไม่เปลี่ยนรูป เหมือน "you" ในบทที่แล้ว: It is nice. I like it. - ภาษาไทยละกรรมได้ ("หาไม่เจอ") แต่ภาษาอังกฤษต้องมี "it": I can't find it. - "it" ขึ้นต้นประโยคแทนข้อความที่ยาวกว่าที่ตามมา: It is easy to learn English. (= การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องง่าย)

ข้อควรจำ:

- it = มัน (สิ่งของ สัตว์) หรือไม่ต้องแปล (อากาศ เวลา ระยะทาง) - ห้ามละ "it" ในประโยค: Is raining. ผิด — It is raining. ถูก - it + is (ไม่ใช่ are หรือ am): It is a book. - its = ของมัน (ไม่มีเครื่องหมาย ') ต่างจาก it's = it is (มีเครื่องหมาย ') - กรรมของกริยาวลี วาง "it" ไว้ตรงกลาง: Turn it off. (ไม่ใช่ Turn off it.)

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

Section A (คำต่อคำภาษาอังกฤษ-ไทย / English-Thai Interlinear Text)

10.1 It มัน is เป็น a (—) book หนังสือ

10.2 I ฉัน like ชอบ it มัน

10.3 It มัน is เป็น very มาก cheap ถูก

10.4 Where ที่ไหน is อยู่ it มัน?

10.5 What อะไร is คือ it มัน?

10.6 It (—) is กำลัง raining ฝนตก

10.7 It มัน is อยู่ on บน the (—) table โต๊ะ

10.8 It (—) is (—) seven เจ็ด o'clock โมง in ตอน the (—) morning เช้า

10.9 It (—) is (—) easy ง่าย to (—) learn เรียน English ภาษาอังกฤษ

10.10 Is ไหม it (—) far ไกล from จาก here ที่นี่?

10.11 I ฉัน lost ทำหาย my ของฉัน phone โทรศัพท์, but แต่ my ของฉัน friend เพื่อน found เจอ it มัน

10.12 It (—) is (—) very มาก hot ร้อน in ใน Bangkok กรุงเทพฯ in (—) April เดือนเมษายน, so ดังนั้น I ฉัน drink ดื่ม water น้ำ all ทั้ง day วัน

10.13 It (—) takes ใช้ a (—) long นาน time เวลา to (—) go ไป from จาก Chiang Mai เชียงใหม่ to ถึง Nan น่าน by โดย bus รถบัส

10.14 It (—) is (—) important สำคัญ to (—) say พูด "please" "please" and และ "thank you" "thank you" when เวลา you คุณ ask ขอ for (—) something อะไรบางอย่าง

10.15 It (—) doesn't ไม่ (does not) matter สำคัญ if ถ้า you คุณ make ทำ a (—) mistake ผิดพลาด; everyone ทุกคน learns เรียนรู้ from จาก it สิ่งนั้น

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

Section B (ประโยคภาษาอังกฤษและคำแปลภาษาไทย / Complete English Sentences with Thai Translation)

10.1 It is a book. มันเป็นหนังสือ

10.2 I like it. ฉันชอบมัน

10.3 It is very cheap. มันถูกมาก

10.4 Where is it? มันอยู่ที่ไหน

10.5 What is it? มันคืออะไร

10.6 It is raining. ฝนกำลังตก

10.7 It is on the table. มันอยู่บนโต๊ะ

10.8 It is seven o'clock in the morning. เจ็ดโมงเช้า

10.9 It is easy to learn English. การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องง่าย

10.10 Is it far from here? ไกลจากที่นี่ไหม

10.11 I lost my phone, but my friend found it. ฉันทำโทรศัพท์หาย แต่เพื่อนของฉันเจอมัน

10.12 It is very hot in Bangkok in April, so I drink water all day. กรุงเทพฯ ร้อนมากในเดือนเมษายน ฉันจึงดื่มน้ำทั้งวัน

10.13 It takes a long time to go from Chiang Mai to Nan by bus. การเดินทางจากเชียงใหม่ไปน่านโดยรถบัสใช้เวลานาน

10.14 It is important to say "please" and "thank you" when you ask for something. การพูดว่า "please" และ "thank you" เวลาที่คุณขออะไรบางอย่างเป็นเรื่องสำคัญ

10.15 It doesn't matter if you make a mistake; everyone learns from it. ไม่เป็นไรถ้าคุณทำผิดพลาด ทุกคนเรียนรู้จากสิ่งนั้น

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

Section C (ภาษาอังกฤษเท่านั้น / English Text Only)

10.1 It is a book.

10.2 I like it.

10.3 It is very cheap.

10.4 Where is it?

10.5 What is it?

10.6 It is raining.

10.7 It is on the table.

10.8 It is seven o'clock in the morning.

10.9 It is easy to learn English.

10.10 Is it far from here?

10.11 I lost my phone, but my friend found it.

10.12 It is very hot in Bangkok in April, so I drink water all day.

10.13 It takes a long time to go from Chiang Mai to Nan by bus.

10.14 It is important to say "please" and "thank you" when you ask for something.

10.15 It doesn't matter if you make a mistake; everyone learns from it.

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

Section D (คำอธิบายไวยากรณ์ / Grammatical Explanation)

นี่คือกฎไวยากรณ์สำหรับการใช้ "it"

1. รูปของ "it"

- it (อิท) — ประธาน: It is a book. (10.1) - it (อิท) — กรรม รูปเดียวกับประธาน: I like it. (10.2), I lost my phone, but my friend found it. (10.11) - its (อิตส์) — ของมัน หน้าคำนาม: The cat likes its food. ไม่มีเครื่องหมาย ' - it's (อิตส์) — รูปย่อของ it is หรือ it has: It's raining. It's been a long day. - itself (อิทเซลฟ์) — ตัวมันเอง: The door opened by itself.

"it" ไม่เปลี่ยนรูปเมื่อเป็นกรรม เหมือน "you" และต่างจาก I/me ในบทที่ 8: It is nice. I like it.

2. "it" ที่แทนสิ่งที่พูดถึงแล้ว

- It is a book. (10.1) — it = หนังสือเล่มนั้น - Where is it? (10.4) / What is it? (10.5) — ภาษาไทยพูดได้ว่า "อยู่ที่ไหน" "คืออะไร" ภาษาอังกฤษต้องมี "it" - I lost my phone, but my friend found it. (10.11) — it = โทรศัพท์ ภาษาไทยมักละหรือพูดว่า "เจอมัน" - it ใช้กับสัตว์เมื่อไม่ทราบเพศหรือไม่ได้สนิทกับมัน: Look at that bird. It is beautiful. คนที่เลี้ยงสัตว์มักเรียกสัตว์ของตนว่า he หรือ she

3. "it" ประธานเทียม: อากาศ เวลา ระยะทาง

- อากาศ: It is raining. (10.6), It is very hot in Bangkok. (10.12) - เวลา: It is seven o'clock in the morning. (10.8) - ระยะทาง: Is it far from here? (10.10) - "it" ในประโยคเหล่านี้ไม่ได้แทนสิ่งใด ไม่ต้องแปลเป็น "มัน" ภาษาไทยไม่มีประธานเลย ("ฝนตก" "เจ็ดโมงเช้า" "ไกลไหม") - ห้ามละ "it": Is raining. ผิด — It is raining. ถูก - ในภาษาพูด บางครั้งคนไทยพูดว่า "มันร้อนมาก" ซึ่งคล้ายประธานเทียม แต่ไม่เป็นทางการและไม่ใช้บ่อย ภาษาอังกฤษใช้ "it" ในรูปแบบนี้ทั้งภาษาเขียนและภาษาพูด

4. It + be + คำคุณศัพท์ + to + กริยา

- It is easy to learn English. (10.9) = Learning English is easy. - It is important to say "please" and "thank you". (10.14) - โครงสร้างนี้ทำให้ประโยคฟังเป็นธรรมชาติกว่าการขึ้นต้นด้วยกริยา: Learning English is easy. ถูกไวยากรณ์ แต่ It is easy to learn English. ใช้บ่อยกว่า - ใช้กับ if และ that ได้: It doesn't matter if you make a mistake. (10.15), It is true that he is kind.

5. It takes + เวลา

- It takes a long time to go from Chiang Mai to Nan by bus. (10.13) - ใช้ "take" เมื่อพูดถึงเวลาที่ต้องใช้: It takes ten minutes to walk home. - ภาษาไทยพูดว่า "ใช้เวลา" โดยไม่มีประธาน ภาษาอังกฤษต้องมี "it"

6. คำถามและปฏิเสธ

- Is it...? ใช้ "is" ก่อน "it": Is it far from here? (10.10), Is it in your bag? - Where is it? (10.4), What is it? (10.5), What time is it? - ปฏิเสธ: It isn't far. It doesn't matter. (10.15), It is not big. - ใช้ตอบรับ: Yes, it is. ปฏิเสธ: No, it isn't.

7. ตำแหน่งของ "it" ในประโยค

- "it" เป็นกรรมอยู่หลังกริยา: I like it. (10.2) - กริยาวลี (phrasal verb) วาง "it" ระหว่างกริยากับคำเล็ก: Please turn it off. Put it on the table. ไม่ใช่ Turn off it. - หลัง preposition: Everyone learns from it. (10.15)

8. รูปย่อ

- it's = it is: It's raining. หรือ it has: It's been a long day. - its = ของมัน: The cat likes its food. สองคำนี้ออกเสียงเหมือนกัน (/ɪts/) จึงต้องดูบริบท

9. สำนวน

- That's it! = ใช่แล้ว นั่นแหละ (10.21) - Is this it? = อันนี้ใช่ไหม (10.20) - Who is it? = ใครน่ะ (ถามเมื่อมีคนเคาะประตูหรือโทรศัพท์ดัง) — ตอบว่า It's me. หรือ It's Krit. - Don't mention it. = ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ (ตอบคำขอบคุณ)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:

- Is hot today. → It is hot today. - Raining. → It is raining. - Where is? → Where is it? - I like. → I like it. - Is easy to learn English. → It is easy to learn English. - Is far? → Is it far? - Now seven o'clock. → It is seven o'clock now. - It rain. → It is raining. หรือ It rains. - Its raining. → It's raining. - The cat likes it's food. → The cat likes its food. - Take off it. → Take it off. - Who is he? (เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูและไม่รู้ว่าใคร) → Who is it?

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

Section E (หมายเหตุทางวัฒนธรรม / Cultural Note)

การใช้ "it" สะท้อนความแตกต่างระหว่างภาษาไทยกับภาษาอังกฤษหลายเรื่อง:

- ภาษาไทยพูดว่า "ร้อนจัง" "ฝนตกแล้ว" ได้โดยไม่มีประธาน ภาษาอังกฤษต้องพูดว่า It's so hot. It's raining. การพูดเรื่องอากาศเป็นวิธีเริ่มบทสนทนาที่ใช้บ่อยมากในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในอังกฤษ: It's a lovely day, isn't it? ตอบว่า Yes, it is. - คำว่า "มัน" ในภาษาไทยใช้กับสัตว์และสิ่งของ ถ้าใช้กับคนเป็นคำหยาบหรือดูถูก ผู้เรียนจึงไม่ควรใช้ "it" กับคน ให้พูดว่า He is my teacher หรือ She is my teacher ยกเว้นเมื่อถามว่าใครอยู่ที่ประตูหรือปลายสายโทรศัพท์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นใคร: Who is it? — It's my teacher. - ระบบบอกเวลาของไทย (โมง ทุ่ม ตี บ่าย) ต่างจากภาษาอังกฤษ ซึ่งใช้ 12 ชั่วโมงกับ a.m./p.m. หรือ in the morning, in the afternoon, in the evening, at night: เจ็ดโมงเช้า = It is seven o'clock in the morning (7 a.m.); หนึ่งทุ่ม = It is seven o'clock in the evening (7 p.m.); บ่ายสามโมง = It is three o'clock in the afternoon (3 p.m.) คำว่า o'clock ใช้กับเวลาตรงเท่านั้น ถ้าไม่ตรงชั่วโมง ให้พูด It is half past five หรือ It is five thirty - เวลาโทรศัพท์ เจ้าของภาษามักแนะนำตัวว่า It's Ploy. หรือ This is Ploy. และไม่ค่อยพูดว่า I am Ploy. ใช้ "it" แทนผู้พูดที่อยู่ปลายสาย - ภาษาไทย "ไม่เป็นไร" มีความหมายกว้างมาก ภาษาอังกฤษแยกเป็นหลายสำนวน: It's OK. (ตอบคำขอโทษ), It doesn't matter. (ไม่สำคัญ), Never mind. (ช่างเถอะ), Don't mention it. (ตอบคำขอบคุณ) ต้องเลือกให้ตรงสถานการณ์ - ในเกมไล่จับของเด็กอังกฤษและอเมริกัน ผู้ที่เป็นคนไล่เรียกว่า "it": Tag, you're it! ผู้เล่นที่ถูกจับจะกลายเป็น "it" คนต่อไป

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

Section F (บทประพันธ์อ้างอิง / Literary Quote)

William Shakespeare วิลเลียม เชกสเปียร์, Sonnet 116 (โซเน็ตบทที่ 116) "Let me not to the marriage of true minds" แปดบรรทัดแรก จากหนังสือ Shake-speares Sonnets ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกในปี 1609 โดยสำนักพิมพ์ของ Thomas Thorpe บทเรียนนี้ใช้ข้อความตามฉบับพิมพ์สมัยใหม่ที่ใช้การสะกดแบบปัจจุบัน (เช่น "wandering" แทน "wand'ring" และ "ever-fixed" แทน "ever-fixèd") เครื่องหมายวรรคตอนต่างกันเล็กน้อยในแต่ละฉบับ เช่น "O no!" หรือ "O, no,"

Part F-A (คำต่อคำ / Interlinear Text)

Let ให้ me ฉัน not ไม่ to ต่อ the (—) marriage การแต่งงาน of ของ true แท้จริง minds จิตใจ

Admit ยอมรับ impediments อุปสรรค. Love ความรัก is เป็น not ไม่ใช่ love ความรัก

Which ที่ alters เปลี่ยนแปลง when เมื่อ it มัน alteration ความเปลี่ยนแปลง finds พบ

Or หรือ bends โอนเอน with ไปตาม the (—) remover ผู้ที่จากไป to (—) remove จากไป.

O โอ no ไม่ใช่! it มัน is คือ an (—) ever-fixed ที่ตรึงมั่นตลอดกาล mark หมุดหมาย

That ซึ่ง looks มอง on (—) tempests พายุ and และ is (—) never ไม่เคย shaken สั่นคลอน;

It มัน is คือ the (—) star ดวงดาว to สำหรับ every ทุก wandering เร่ร่อน bark เรือ,

Whose ซึ่ง worth คุณค่า 's (is) unknown ไม่เป็นที่รู้, although แม้ว่า his ของมัน height ความสูง be (—) taken ถูกวัด.

Part F-B (คำแปลเต็ม / Complete Translation)

Let me not to the marriage of true minds Admit impediments. Love is not love Which alters when it alteration finds, Or bends with the remover to remove: O no! it is an ever-fixed mark That looks on tempests and is never shaken; It is the star to every wandering bark, Whose worth's unknown, although his height be taken.

ขออย่าให้ฉันยอมรับอุปสรรคใดๆ ต่อการแต่งงานของดวงใจที่แท้จริง ความรักที่เปลี่ยนไปเมื่อพบความเปลี่ยนแปลง หรือโอนเอนไปตามผู้ที่จากไป ก็ไม่ใช่ความรัก โอ ไม่เลย! มันคือหมุดหมายที่ตรึงมั่นตลอดกาล ที่มองพายุโดยไม่เคยสั่นคลอน มันคือดวงดาวของเรือทุกลำที่เร่ร่อน ซึ่งแม้วัดความสูงของมันได้ แต่คุณค่าของมันก็ไม่มีใครรู้

คำแปลภาษาไทยเป็นคำแปลของหลักสูตรนี้ แปลตามความหมาย ไม่ตรงทีละบรรทัด เพื่อช่วยให้เข้าใจความหมาย

Part F-C (การวิเคราะห์วรรณกรรม / Literary Analysis)

ในบทที่แล้ว ดิกคินสันใช้ "you" ดึงผู้อ่านเข้ามาในบทกวี ส่วนเชกสเปียร์ใช้ "it" เพื่อนิยามความรัก เขาไม่ได้บอกว่าความรักคืออะไรทันที แต่เริ่มด้วยการปฏิเสธว่าความรักไม่ใช่อะไร: ความรักที่เปลี่ยนไปเมื่อ "it" พบความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ความรัก ในที่นี้ "it" แทนคำว่า "love" ซึ่งเป็นความคิด ไม่ใช่สิ่งของ แล้วบรรทัดที่ห้าก็พลิกด้วย "O no! it is an ever-fixed mark" คำว่า "it is" ซ้ำกันสองครั้ง ("it is an ever-fixed mark" และ "It is the star") เป็นรูปแบบ It is + คำนาม ที่เราเรียนมาแล้วในตัวอย่าง 10.1 ความรักถูกเปรียบเป็นหมุดหมายที่ไม่ขยับท่ามกลางพายุ และเป็นดวงดาวที่นำทางเรือ ซึ่งผู้คนวัดความสูงของดาวได้ แต่คุณค่าของมันวัดไม่ได้ ผู้อ่านจะสังเกตว่าในบทกวีนี้ "it" ไม่เคยเป็นประธานเทียม ทุกตัวแทนความรัก ต่างจากประโยคเรื่องอากาศและเวลาในบทเรียน

Part F-D (หมายเหตุไวยากรณ์ / Grammatical Notes)

- when it alteration finds: "it" = love ลำดับคำแบบกวี (กรรมมาก่อนกริยา) ในภาษาร้อยแก้วจะเป็น when it finds alteration - O no! it is an ever-fixed mark: "O no!" ปฏิเสธข้อความก่อนหน้า "it is" ตามด้วยคำนาม เหมือน 10.1 ever-fixed เป็นคำคุณศัพท์ประสม แปลว่า ตรึงมั่นตลอดกาล ส่วน "mark" ในที่นี้ผู้อธิบายหลายคนตีความว่าเป็นหมุดหมายหรือเครื่องหมายนำทางของกะลาสี - the remover / to remove: ผู้อธิบายตีความต่างกันเล็กน้อย โดยมากหมายถึงผู้ที่จากไปหรือเปลี่ยนใจ - It is the star to every wandering bark: "bark" คือเรือ (คำเก่าในบทกวี) "to" ในที่นี้หมายถึง สำหรับ หรือ เป็นผู้นำทางให้ - Whose worth's unknown: worth's = worth is "whose" แทนดวงดาว - his height: "his" ในที่นี้หมายถึงของดวงดาว คือ "ของมัน" ในสมัยเชกสเปียร์ คำว่า "its" เพิ่งเริ่มปรากฏในทศวรรษ 1590 และยังไม่เป็นที่ยอมรับเต็มที่ "his" จึงทำหน้าที่เป็นเจ้าของของ "it" ได้ ปัจจุบันเราใช้ its ตามที่เรียนในบทนี้ - be taken: "although his height be taken" เป็นรูปสมมติแบบเก่า ปัจจุบันจะพูดว่า although its height is taken (measured)

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

ส่วนประเภท: บทสนทนา — ร่มหนึ่งคัน ฝนหนึ่งตอนบ่าย / Genre Section: Dialogue — One Umbrella, One Rainy Afternoon

ก่อนที่พลอยจะไปเรียนที่เมลเบิร์น กฤตกับพลอยเลิกเรียนภาษาอังกฤษตอนบ่ายแก่ๆ ที่เชียงใหม่ ฝนกำลังตก และกฤตหาร่มไม่เจอ ในคำแปลภาษาไทย กฤตพูดว่า "ผม...ครับ" และพลอยพูดว่า "ฉัน...ค่ะ" เหมือนบทที่ 8 ในบทสนทนานี้ "it" มีทั้งที่แทนสิ่งของ (ร่ม ร้านกาแฟ) และที่เป็นประธานเทียม (ฝน เวลา ระยะทาง)

Section A (คำต่อคำภาษาอังกฤษ-ไทย / English-Thai Interlinear Text)

10.16 Ploy พลอย: Look ดูสิ, it (—) is กำลัง raining ฝนตก again อีกแล้ว!

10.17 Krit กฤต: Yes ใช่, it (—) often มัก rains ฝนตก here ที่นี่ in ตอน the (—) afternoon บ่าย

10.18 Ploy พลอย: Where ที่ไหน is อยู่ your ของคุณ umbrella ร่ม? Is หรือเปล่า it มัน in ใน your ของคุณ bag กระเป๋า?

10.19 Krit กฤต: I ผม think คิดว่า it มัน is อยู่ in ใน my ของผม bag กระเป๋า, but แต่ I ผม can't ไม่สามารถ (cannot) find หาเจอ it มัน

10.20 Ploy พลอย: Let ขอ me ฉัน look ดู. Is ใช่ไหม this อันนี้ it (—)? It มัน is เป็น small เล็ก and และ blue สีฟ้า

10.21 Krit กฤต: Yes ใช่, that's นั่น (that is) it แหละ! Thank ขอบคุณ you (—)!

10.22 Ploy พลอย: It มัน is เป็น not ไม่ big ใหญ่, but แต่ we เรา can สามารถ use ใช้ it มัน together ด้วยกัน

10.23 Krit กฤต: What กี่ time โมง is (—) it (—)? I ผม must ต้อง be (—) at ที่ work ที่ทำงาน at ตอน six หกโมงเย็น

10.24 Ploy พลอย: It (—) is (—) half ครึ่ง past (—) four สี่โมง. Is ไหม it (—) far ไกล to ไป your ของคุณ hotel โรงแรม?

10.25 Krit กฤต: No ไม่, it (—) is (—) only แค่ ten สิบ minutes นาที by โดย bus รถบัส

10.26 Ploy พลอย: Then ถ้าอย่างนั้น you คุณ have มี time เวลา for สำหรับ a (—) cup แก้ว of (—) hot ร้อน tea ชา. It (—) is (—) cool เย็น and และ rainy ฝนตก today วันนี้

10.27 Krit กฤต: Yes ใช่, I ผม love ชอบ tea ชา when เวลา it (—) is (—) raining ฝนตก

10.28 Ploy พลอย: I ฉัน know รู้จัก a (—) small เล็ก café ร้านกาแฟ near ใกล้ here ที่นี่. It ร้านนั้น is เป็น cheap ราคาถูก, and และ the (—) tea ชา is (—) very มาก good อร่อย

10.29 Krit กฤต: Is ไหม it ร้านนั้น open เปิด now ตอนนี้? Let's (—) (let us) go ไป before ก่อน it (—) stops หยุด raining ฝนตก!

10.30 Ploy พลอย: Good ดี idea ความคิด! It (—) is (—) only แค่ five ห้า minutes นาที on (—) foot เดิน, and และ we เรา have มี one หนึ่ง umbrella ร่ม for สำหรับ two สองคน

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

Section B (ประโยคภาษาอังกฤษและคำแปลภาษาไทย / Complete English Sentences with Thai Translation)

10.16 Ploy: Look, it is raining again! พลอย: ดูสิ ฝนตกอีกแล้ว

10.17 Krit: Yes, it often rains here in the afternoon. กฤต: ใช่ครับ ที่นี่ฝนมักตกตอนบ่าย

10.18 Ploy: Where is your umbrella? Is it in your bag? พลอย: ร่มของคุณอยู่ที่ไหนคะ อยู่ในกระเป๋าหรือเปล่า

10.19 Krit: I think it is in my bag, but I can't find it. กฤต: ผมคิดว่ามันอยู่ในกระเป๋า แต่ผมหามันไม่เจอครับ

10.20 Ploy: Let me look. Is this it? It is small and blue. พลอย: ขอฉันดูหน่อยนะ อันนี้ใช่ไหมคะ มันเล็กและสีฟ้า

10.21 Krit: Yes, that's it! Thank you! กฤต: ใช่ครับ นั่นแหละ! ขอบคุณครับ

10.22 Ploy: It is not big, but we can use it together. พลอย: มันไม่ใหญ่ แต่เราใช้มันด้วยกันได้นะ

10.23 Krit: What time is it? I must be at work at six. กฤต: กี่โมงแล้วครับ ผมต้องอยู่ที่ทำงานตอนหกโมงเย็น

10.24 Ploy: It is half past four. Is it far to your hotel? พลอย: สี่โมงครึ่งแล้วค่ะ โรงแรมของคุณไกลไหม

10.25 Krit: No, it is only ten minutes by bus. กฤต: ไม่ไกลครับ นั่งรถบัสแค่สิบนาที

10.26 Ploy: Then you have time for a cup of hot tea. It is cool and rainy today. พลอย: งั้นคุณก็มีเวลาดื่มชาร้อนสักแก้วนะ วันนี้อากาศเย็นและฝนตก

10.27 Krit: Yes, I love tea when it is raining. กฤต: ใช่ครับ ผมชอบดื่มชาเวลาฝนตก

10.28 Ploy: I know a small café near here. It is cheap, and the tea is very good. พลอย: ฉันรู้จักร้านกาแฟเล็กๆ ใกล้ที่นี่ ร้านนั้นราคาถูก และชาก็อร่อยมาก

10.29 Krit: Is it open now? Let's go before it stops raining. กฤต: ตอนนี้ร้านเปิดอยู่ไหมครับ ไปกันก่อนฝนจะหยุดเถอะ

10.30 Ploy: Good idea! It is only five minutes on foot, and we have one umbrella for two. พลอย: ความคิดดี! เดินแค่ห้านาที และเรามีร่มหนึ่งคันสำหรับสองคนค่ะ

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

Section C (ภาษาอังกฤษเท่านั้น / English Text Only)

10.16 Ploy: Look, it is raining again!

10.17 Krit: Yes, it often rains here in the afternoon.

10.18 Ploy: Where is your umbrella? Is it in your bag?

10.19 Krit: I think it is in my bag, but I can't find it.

10.20 Ploy: Let me look. Is this it? It is small and blue.

10.21 Krit: Yes, that's it! Thank you!

10.22 Ploy: It is not big, but we can use it together.

10.23 Krit: What time is it? I must be at work at six.

10.24 Ploy: It is half past four. Is it far to your hotel?

10.25 Krit: No, it is only ten minutes by bus.

10.26 Ploy: Then you have time for a cup of hot tea. It is cool and rainy today.

10.27 Krit: Yes, I love tea when it is raining.

10.28 Ploy: I know a small café near here. It is cheap, and the tea is very good.

10.29 Krit: Is it open now? Let's go before it stops raining.

10.30 Ploy: Good idea! It is only five minutes on foot, and we have one umbrella for two.

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

Section D (หมายเหตุไวยากรณ์สำหรับบทสนทนา / Grammar Notes for the Dialogue)

ในบทสนทนา "it" ปรากฏในรูปแบบต่อไปนี้:

- it is raining (10.16) และ it often rains (10.17) — "it" ประธานเทียมของฝน ใช้ is raining เมื่อฝนตกอยู่ตอนนี้ และ rains เมื่อพูดถึงสิ่งที่เกิดเป็นประจำ ภาษาไทยไม่มีประธานทั้งสองประโยค ("ฝนตก") - Is it in your bag? (10.18) และ it is in my bag (10.19) — "it" แทนร่ม ภาษาไทยละ ("อยู่ในกระเป๋าหรือเปล่า") แต่ภาษาอังกฤษต้องมี - I can't find it (10.19) — "it" เป็นกรรม ต้องอยู่หลังกริยา ภาษาไทยพูดได้ว่า "หาไม่เจอ" - Is this it? (10.20) และ that's it! (10.21) — สำนวนที่ใช้ยืนยันว่าเจอสิ่งที่หาอยู่ "it" ในที่นี้แทนสิ่งที่กำลังหา - It is not big, but we can use it together (10.22) — "it" ตัวแรกเป็นประธาน ตัวที่สองเป็นกรรม รูปเดียวกัน - What time is it? (10.23) และ It is half past four. (10.24) — คำถามและคำตอบเรื่องเวลา ใช้ "it" ทั้งคู่ ห้ามตอบว่า Now half past four. ต้องตอบว่า It is half past four. - Is it far to your hotel? (10.24) และ it is only ten minutes by bus (10.25) — "it" ประธานเทียมของระยะทางและเวลาเดินทาง "by bus" ไม่มี the เพราะบอกวิธีเดินทาง - It is cool and rainy today (10.26) — "it" ประธานเทียมของอากาศ ภาษาไทยพูดว่า "วันนี้อากาศเย็น" - when it is raining (10.27) — ภาษาอังกฤษต้องมี "it" แม้ในอนุประโยค เช่นเดียวกับ before it stops raining (10.29) ภาษาไทยพูดว่า "เวลาฝนตก" "ก่อนฝนหยุด" - It is cheap (10.28) และ Is it open now? (10.29) — "it" แทนร้านกาแฟ ใช้ open ถามว่าร้านเปิดอยู่หรือไม่ - Let's go (10.29) — Let's = let us ชวนให้ทำด้วยกัน - It is only five minutes on foot (10.30) — on foot (ไม่ใช่ by foot) เป็นสำนวนตายตัว แปลว่าเดิน - ในคำแปลภาษาไทย กฤตใช้ "ผม...ครับ" และพลอยใช้ "ฉัน...ค่ะ" แต่ในภาษาอังกฤษทั้งสองคนใช้ "I" และ "you" เหมือนกัน

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

คู่มือการออกเสียง / Pronunciation Guide

it — /ɪt/ ออกเสียงคล้าย "อิท" ในภาษาไทย แต่เสียงสั้น

- สระ /ɪ/ เป็นเสียงสั้น คล้ายสระอิในภาษาไทย แต่เปิดปากกว้างกว่าเล็กน้อย - เสียง /t/ ท้ายคำ ภาษาไทยมีเสียง /t/ ท้ายพยางค์อยู่แล้ว (เช่น "ติด" "บิด" ลงท้ายด้วยเสียง /t/) ให้ปิดเสียงที่ปุ่มเหงือกหลังฟันบนและอย่าตัดเสียงทิ้ง - ระวังอย่าออกเสียงเป็น "อี๊ท" ซึ่งเป็นเสียงยาว /iːt/ คือคำว่า eat

รูปที่ควรระวัง:

- its /ɪts/ และ it's /ɪts/ — ออกเสียงเหมือนกันทุกประการ ภาษาไทยไม่มีพยัญชนะท้ายสองตัวเรียงกัน คนไทยมักตัด /s/ ทิ้ง ให้ปิดเสียง /t/ แล้วต่อด้วย /s/ ทันที - itself /ɪtˈself/ — เน้นพยางค์ที่สอง "เซลฟ์" และระวังเสียง /l/ - is it /ɪz ɪt/ — ฟังคล้าย "อิซ อิท"

เสียงเชื่อม:

- it is /ˈɪt ɪz/ — ฟังคล้าย "อิติซ" เพราะเสียง /t/ เชื่อมกับสระของคำถัดไป - found it /ˈfaʊnd ɪt/ — ฟังคล้าย "ฟาวน์ดิท" - put it on /ˈpʊt ɪt ɒn/ — ฟังคล้าย "พุทิทออน" - what time is it /wɒt ˈtaɪm ɪz ɪt/ — เน้นคำว่า time

คำที่ฟังคล้ายกัน:

- it /ɪt/ — อิท - eat /iːt/ (กิน) — อีท เสียงยาว - at /æt/ (ที่) — แอท

เสียงขึ้นลง: ในคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ เสียงสูงขึ้นท้ายประโยค: Is it far? ↗ ในประโยคบอกเล่า เสียงต่ำลง: It is far. ↘

ฝึกพูดประโยคนี้: It is raining, and I can't find it. /ɪt ɪz ˈreɪnɪŋ ænd aɪ ˈkɑːnt faɪnd ɪt/

✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾ ✾ ❦ ✾ ❦ ✾

---

Course Index: [latinum.substack.com/p/index](https://latinum.substack.com/p/index)

← Lesson 9 ↩ Course Index